สถิติ
เปิดเมื่อ9/09/2011
อัพเดท9/09/2011
ผู้เข้าชม1591
แสดงหน้า1815
ปฎิทิน
May 2012
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
  
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
  
สมาชิก

สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
การแก้ไขข้อขัดข้องโดยทั่วไปของเครื่องปรับอากาศขนาดเล็ก

1.เครื่องปรับอากาศไม่ทำงาน     สาเหตุที่อาจเป็นไปได้ 1. ฟิวส์ขาด หรือไม่มีฟิวส์ 

2. สายไฟขาดหรือหลวม 3. แรงเคลื่อนไฟฟ้าต่ำ หรือแรงเคลื่อนไฟฟ้าตก

4. สวิทช์ควบคุม ขัดข้องหรือชำรุด

วิธีการแก้ไข 1. เปลี่ยนหรือใส่ฟิวส์ใหม่ 2. ตรวจหาตำแหน่งที่ไฟฟ้า

3. ตรวจวัดแรงเคลื่อนไฟฟ้าที่สายไฟก่อนเข้าตัวสวิทช์ ถ้าวัดแล้วมีแรงเคลื่อนถูกต้องแต่แรงเคลื่อนที่

ผ่านออกจากตัวสวิทช์มีค่าน้อยกว่า หรือไม่ถูกต้องให้เปลี่ยนสวิทช์ใหม่

2.พัดลมเครื่องเป่าลมเย็นทำงาน แต่คอมเพรส เซอร์ไม่ทำงาน   สาเหตุที่อาจเป็นไปได้ 

1.สวิทช์ควบคุมอุณหภูมิ(Themostat) ไม่ทำงาน 2. สายไฟไม่ขาดไม่หลวม3. แคปสตาร์ท

(Starting Capacitor) ชำรุด4.แคปรัน (Run  Capacitor) ชำรุด 5.รีเลย์ (ถ้ามี) ผิดปกติ6.โอเวอร์โหลดตัด

การทำงานหรือชำรุด 7.แรงเคลื่อนไฟฟ้าต่ำหรือแรงเคลื่อนไฟฟ้าตก

วิธีการแก้ไข 1.ถ้าปรับสวิทช์ควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในตำแหน่งที่เย็นกว่าอุณหภูมิห้อง แต่เครื่องก็ยังไม่

ทำงานให้เปลี่ยนเทอร์โมสตัทใหม่  2.ตรวจสอบสายไฟและขั้วต่อสายไฟต่างๆ เช่นที่สวิทช์และที่ขั้วสายไฟ

ของคอมเพรสเซอร์ 3.ตรวจเช็คแคปสตาร์ท ถ้าชำรุดให้เปลี่ยนใหม่ 4.ตรวจเช็คแคปรัน ถ้าชำรุด

ให้เปลี่ยนใหม่  5.ตรวจสอบแก้ไข หรือเปลี่ยนรีเลย์ใหม่ 6.ตรวจดูว่าความร้อนที่คอมเพรสเซอร์สูงเกิน

ไป หรือโอเวอร์โหลดผิดปกติหรือไม่ 7.ตรวจวัดแรงเคลื่อนไฟฟ้าและทำการแก้ไข

3 .พัดลมทำงานมีเสียงดัง  สาเหตุที่อาจเป็นไปได้1.พัดลมมีสิ่งแปลกปลอม หรือกระทบกับสิ่งอื่น

2.พัดลมหรือมอเตอร์พัดลมหลวมหรือชำรุด3.ใบพัดลมบิดเบี้ยวไม่สมดุลย์

วิธีการแก้ไข1.ตรวจสอบตำแหน่ง และช่องว่างของพัดลม และหาสิ่งแปลกปลอม 2.ตรวจและขันพัดลมให้

แน่นกับเพลา 3.ตรวจสอบการบิดเบี้ยวของใบพัด ถ้าชำรุดให้เปลี่ยนใหม่

4.ห้องปรับอากาศมีอุณหภูมิสูง  สาเหตุที่อาจเป็นไปได้1.ตั้งอุณหภูมิที่เทอร์โตสตัทไว้สูง2.การกระจายลมเย็น ไม่เพียงพอ

วิธีการแก้ไข1.ปรับตั้งเทอร์โมสตัทให้อุณหภูมิต่ำลง 2.ปรับปรุงการจ่ายลมเย็น

5.น้ำหยดจากเครื่องปรับลมเย็น  สาเหตุที่อาจเป็นไปได้1.ติดตั้งเครื่องเป่าลมเย็นไม่ได้ระดับ

2.ปลายท่อที่ต่อกับถาดน้ำทิ้ง มีสิ่งสก ปรกอุดตัน3.ถาดน้ำทิ้งมีรอยรั่ว หรือมีน้ำรั่วจากแหล่งอื่นที่ไม่ได้มาจากเครื่องปรับอากาศ

วิธีการแก้ไข1.ติดตั้งเครื่องให้ระดับและทำให้ถาดน้ำเอียงลาดลงไปตามทิศทางการไหล2.ทำความสะอาด

ถาดน้ำทิ้งและท่อน้ำทิ้ง3.ใช้วัสดุอุดรอยรั่ว

6.ตัวเครื่องสั่นและมีเสียงลมดังผิดปกติ สาเหตุที่อาจเป็นไปได้ 1.ท่อน้ำยาด้านดูดและด้านส่งสัมผัส

กัน 2.น๊อตหรือสกรูยึดคอมเพรสเซอร์ ฝาครอบเครื่องหรือแคปรันหลวม3.ใบพัดลมบิดงอหรือหลวม

4.พัดลมมอเตอร์ เคลื่อนออกจากตำแหน่งติดตั้ง เนื่องจากจุดที่จับยึดหลวม

วิธีการแก้ไข1.ตัดท่อให้เกิดช่องว่างระหว่างท่อทางด้านดูดและท่อทางด้านส่ง 2.ขันน๊อตหรือสกรูให้แน่น

3.เปลี่ยนพัดลม 4.ตรวจตำแหน่งให้ถูดต้องและขันน๊อตที่ล๊อคให้แน่น

7.คอมเพรสเซอร์สตาร์ทไม่ออกปล่อยไว้นาน คอมเพรสเซอร์จะไหม้)  สาเหตุที่อาจเป็นไปได้

1.ต่อวงจรไฟฟ้าไม่ถูกต้อง 2.ไฟที่จ่ายไปยังเครื่องมีแรงเคลื่อนต่ำ (หรือแรงเคลื่อนไฟฟ้าตก)

3.แคปรัน (Run  Capacitor) เสียหาย ขัดข้อง 4.มอเตอร์คอมเพรสเซอร์ไหม้ 5.กลไกภายในคอมเพรสเซอร์ขัดข้อง

วิธีการแก้ไข1.ตรวจเช็คและต่อวงจรไฟฟ้าใหม่ 2.ค้นหาสาเหตุและหาแนวทางป้องกันแก้ไขให้ถูกต้อง

3.ค้นหาสาเหตุและแก้ไขแล้วเปลี่ยนแคปรันใหม่ 4.เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์

8.คอมเพรสเซอร์ไม่ทำงาน (คอมเพรสเซอร์ไม่มีเสียงฮัม) สาเหตุที่อาจเป็นไปได้

1.สวิทช์ของเครื่องปรับอากาศยังไม่ได้เปิด หรือเปิดไม่ครบถ้วน (บางตัวอยู่ในตำแหน่ง OFF) 2.ไม่มีฟิวส์หรือฟิวส์ขาด

3.โอเวอร์โหลดตัดวงจร (Trips) 4.ระบบควบคุมการทำงานของเครื่อง เช่น รีโมทคอนโทรลมีปัญหาขัอข้อง

5.ปรับตั้งเครื่องเทอร์โมสตัทที่อุณหภูมิสูงเกินไป ทำให้เทอร์โมสตัท ตัด

6.ติดตั้งเทอร์โมสตัทหรือชุดควบคุมอุณหภูมิในตำแหน่งที่โดนลมเย็น จากเครื่องเป่าลมเย็น โดยตรง

7.วงจรไฟฟ้าไม่ถูกต้องหรือเกิดการลัดวงจร

วิธีการแก้ไข1.ปิดสวิทช์ที่จ่ายไฟให้เครื่องปรับอากาศให้ครบทุกตัว (สับสวิทช์ให้อยู่ในตำแหน่ง ON) 2.ใส่หรือเปลี่ยนฟิวส์

3.ตรวจเช็คระบบไฟฟ้าเพื่อหาสาเหตุเพื่อหาสาเหตุของการตัดวงจรแก้วแก้ไขให้เรียบร้อย

4.เปลี่ยนหรือซ่อมระบบแก้ไขควบคุมการทำงานของเครื่อง

5.ปรับตั้งเทอร์โมสตัทให้อุณหภูมิทำความเย็นต่ำลง

6.เปลี่ยนตำแหน่งติดตั้งเทอร์โมสตัทหรือชุดควบคุมอุณหภูมิใหม่ให้อยู่ในตำแหน่งที่ไม่โดนลมเย็น

7.ตรวจเช็คและต่อวงจรไฟฟ้าใหม่

9.คอมเพรสเซอร์ไม่ทำงานหรือโอเวอร์โหลดตัดวงจร  สาเหตุที่อาจเป็นไปได้1.ต่อวงจรไฟฟ้าไม่ถูกต้อง

 2.ไฟที่จ่ายไปยังเครื่องมีแรงเคลื่อนไฟฟ้าต่ำ (หรือแรงเคลื่อนไฟฟ้าตก) 3.มอเตอร์คอมเพรสเซอร์ไหม้

วิธีการแก้ไข1.ตรวจเช็ควงจรไฟฟ้าใหม่และแก้ไขให้ถูกต้อง

2.ค้นหาสาเหตุและหาแนวทางป้องกันแก้ไขให้ถูกต้อง3.เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์

10.โอเวอร์โหลดตัดวงจรและคอมเพรสเซอร์หยุดทำงานหลังจากที่เริ่มสตาร์ทใหม่ ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ

สาเหตุที่อาจเป็นไปได้1.มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านโอเวอร์โหลดมากเกินไป 2.มีแรงเคลื่อนไฟฟ้าตก

3.โอเวอร์โหลดขัดข้อง 4.แคปรัน (Run  Capacitor) เสียหาย ขัดข้อง

5.คอมเพรสเซอร์ร้อนจัด 6.คอมเพรสเซอร์ไหม้

วิธีการแก้ไข1.ตรวจเช็ควงจรไฟฟ้า มอเตอร์พัดลม การต่อสายไฟและขนาดของโอเวอร์โหลดให้ถูกต้อง

2.ค้นหาสาเหตุและทำการแก้ไข 3.ตรวจเช็คกระแสไฟฟ้าและเปลี่ยนโอเวอร์โหลด

4.ค้นหาสาเหตุและเปลี่ยนแคปรันใหม่5.ตรวจวัดสารทำความเย็น (มีการรั่วหรือไม่)6.เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์

11.แคปรัน (Run  Capacitor) ขาด ลัดวงจรสาเหตุที่อาจเป็นไปได้1.ใช้ขนาดความจุไม่ถูก

ต้อง 2.แรงเคลื่อนไฟฟ้าสูงผิดปกติ

วิธีการแก้ไข1.เปลี่ยนแคปรันให้มีขนาดความจุที่ถูกต้อง 2.หาสาเหตุและแก้ไขให้ถูกต้อง

12.ท่อน้ำยาด้านดูดมีน้าหรือเกล็ดน้ำแข็งเกาะ สาเหตุที่อาจเป็นไปได้1.พัดลม แฟนคอยล์ยูนิตไม่ทำงาน

2.มีสารทำความเย็นในระบบมากเกินไป

วิธีการแก้ไข1.หาสาเหตุและซ่อมแก้ไข 2.ปล่อยสารทำความเย็นออกจากระบบ แล้วตรวจสอบซุปเปอร์ฮีท

13.ท่อน้ำยาด้านส่งมีน้ำหรือน้ำแข็งเกาะ (เฉพาะเครื่องรุ่นที่ฉีดน้ำยา แฟนคอยล์ ยูนิต)

สาเหตุที่อาจเป็นไปได้1.อุปกรณ์กำจัดความชื้นและไส้กรองตัน 2.เซอร์วิสด้านส่งเปิดไม่สุด

วิธีการแก้ไข1.เปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ 2.เปิดวาวส์ให้สุด